พนักงาน Outsource คืออะไร? ข้อดีและสิ่งที่องค์กรต้อง

Authored by PERSOL Team- Thailand, Content Team, Thailand • 3 min read

สรุปสาระสำคัญ
พนักงาน Outsource คือบุคลากรที่จ้างผ่านบริษัทผู้ให้บริการภายนอก ไม่ใช่พนักงานประจำขององค์กรผู้ว่าจ้างโดยตรง

  • ความยืดหยุ่น: เพิ่มหรือลดกำลังคนได้ตามปริมาณงานจริง ลดภาระเงินเดือน สวัสดิการ และงานเอกสาร
  • ข้อกฎหมาย: พนักงาน Outsource ที่ทำงานลักษณะเดียวกับพนักงานประจำ ต้องได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • เหมาะกับ: งานตามฤดูกาล งานโครงการ และงานสนับสนุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

หลายองค์กรอยากเพิ่มกำลังคนให้ทันงาน แต่ไม่อยากแบกต้นทุนพนักงานประจำระยะยาว ทางออกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือการใช้พนักงาน Outsource ซึ่งช่วยให้ปรับกำลังคนขึ้นลงได้ยืดหยุ่นตามปริมาณงานจริง

แล้วพนักงาน Outsource หมายถึงอะไร มีข้อดีอย่างไร และมีข้อกฎหมายใดที่องค์กรต้องรู้ก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภทงาน ข้อดี ข้อควรระวังทางกฎหมาย และแนวทางเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

บทความนี้เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และฝ่ายทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยที่กำลังพิจารณาใช้พนักงาน Outsource

สารบัญ

  1. พนักงาน Outsource คืออะไร?
  2. ประเภทงาน Outsource ที่องค์กรนิยมใช้
  3. พนักงาน Outsource ต่างจากพนักงานประจำอย่างไร
  4. ข้อดีของการใช้พนักงาน Outsource
  5. ข้อกฎหมายที่องค์กรต้องรู้
  6. เมื่อไหร่ที่องค์กรควรใช้พนักงาน Outsource
  7. วิธีเลือกผู้ให้บริการที่ดี
  8. คำถามที่พบบ่อย

พนักงาน Outsource คืออะไร?

พนักงาน Outsource คือ บุคลากรที่องค์กรว่าจ้างผ่านบริษัทผู้ให้บริการภายนอก เพื่อเข้ามาปฏิบัติงานตามขอบเขตที่กำหนด โดยตัวพนักงานอยู่ภายใต้การจ้างและการดูแลด้านค่าจ้าง สวัสดิการ และเอกสารของบริษัทผู้ให้บริการ ไม่ใช่พนักงานประจำขององค์กรผู้ว่าจ้างโดยตรง

พูดง่ายๆ คือ องค์กรได้ "กำลังคนและผลงาน" ที่ต้องการ โดยไม่ต้องรับภาระการจ้างงานระยะยาวทั้งหมดไว้เอง รูปแบบนี้ในภาษาบริหารบุคคลมักเรียกว่า การจ้างเหมาบริการ หรือ การจัดหาพนักงานชั่วคราว

ประเภทงาน Outsource ที่องค์กรนิยมใช้

องค์กรในไทยนิยมใช้พนักงาน Outsource กับงานหลายลักษณะ เช่น

  • งานสนับสนุนทั่วไป: พนักงานต้อนรับ ธุรการ แม่บ้าน รักษาความปลอดภัย
  • งานฝ่ายผลิตและคลังสินค้า: พนักงานสายการผลิต แพ็กสินค้า ขนส่ง
  • งานตามฤดูกาลหรือโครงการ: ทีมงานอีเวนต์ โปรโมชัน ช่วงสิ้นปี
  • งานเฉพาะทาง: ไอที บัญชี คอลเซ็นเตอร์ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะช่วง

พนักงาน Outsource ต่างจากพนักงานประจำอย่างไร

ประเด็นพนักงาน Outsourceพนักงานประจำ
ผู้จ้างตามสัญญาบริษัทผู้ให้บริการองค์กรโดยตรง
เงินเดือนและสวัสดิการดูแลโดยผู้ให้บริการดูแลโดยองค์กร
ความยืดหยุ่นปรับขึ้นลงได้เร็วผูกพันระยะยาว
เหมาะกับงานงานชั่วคราว โครงการ งานสนับสนุนงานหลักที่ต้องการความต่อเนื่อง
ภาระเอกสาร/กฎหมายผู้ให้บริการรับผิดชอบหลักองค์กรรับผิดชอบเต็ม

ข้อดีของการใช้พนักงาน Outsource

  • ยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน: เพิ่มหรือลดจำนวนพนักงานได้ตามปริมาณงานจริง
  • ลดต้นทุนคงที่: เปลี่ยนต้นทุนพนักงานประจำเป็นค่าใช้จ่ายแบบผันแปร
  • ลดภาระงานบุคคล: ผู้ให้บริการดูแลเงินเดือน ประกันสังคม และเอกสารให้
  • เข้าถึงคนได้เร็ว: ผู้ให้บริการมีฐานผู้สมัครพร้อมเริ่มงาน
  • โฟกัสธุรกิจหลัก: ทีมภายในมีเวลาไปดูแลงานที่สร้างรายได้จริง

เคล็ดลับ: คำนวณต้นทุนรวม (เงินเดือน สวัสดิการ การสรรหา และความเสี่ยงจากการลาออก) ก่อนเทียบกับค่าบริการ Outsource คุณมักจะเห็นภาพต้นทุนที่แท้จริงชัดขึ้น

ข้อกฎหมายที่องค์กรต้องรู้

เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผู้ว่าจ้างในไทยคือหลักความเป็นธรรม ตามมาตรา 11/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่กำหนดให้พนักงานรับเหมาค่าแรงซึ่งทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างโดยตรง ต้องได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ บทบัญญัตินี้ถูกเพิ่มเข้ามาในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เมื่อปี 2551 เพื่อคุ้มครองสิทธิของพนักงาน Outsource

สิ่งที่องค์กรควรทำ:

  • เลือกผู้ให้บริการที่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสอบว่าพนักงาน Outsource ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เป็นธรรม
  • ระบุขอบเขตงานและความรับผิดชอบให้ชัดเจนในสัญญา

ข้อควรทราบ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายแรงงานสำหรับกรณีเฉพาะขององค์กร

เมื่อไหร่ที่องค์กรควรใช้พนักงาน Outsource

  • เมื่อมีงานตามฤดูกาลหรืองานโครงการที่ปริมาณไม่แน่นอน
  • เมื่อต้องการเพิ่มกำลังคนอย่างรวดเร็วโดยไม่เพิ่มพนักงานประจำ
  • เมื่อต้องการให้ทีมภายในโฟกัสกับงานหลักที่สร้างรายได้
  • เมื่องานนั้นเป็นงานสนับสนุนที่ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญหลักขององค์กร

หากองค์กรของคุณตรงกับข้อใดข้อหนึ่ง บริการจัดหาพนักงานและบริหารกำลังคน สามารถช่วยจัดหาบุคลากรที่ผ่านการคัดกรองพร้อมเริ่มงานได้

วิธีเลือกผู้ให้บริการที่ดี

  • ปฏิบัติตามกฎหมาย: มีระบบดูแลค่าจ้าง ประกันสังคม และภาษีถูกต้อง
  • ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม: เคยจัดหาพนักงานลักษณะเดียวกับที่คุณต้องการ
  • ความเร็วและคุณภาพ: มีฐานผู้สมัครและกระบวนการคัดกรองที่ชัดเจน
  • ความโปร่งใส: ค่าบริการ เงื่อนไข และการรับประกันการทดแทนชัดเจน
  • การดูแลต่อเนื่อง: มีทีมดูแลพนักงานและแก้ปัญหาระหว่างสัญญา

สรุป

การเข้าใจว่าพนักงาน Outsource คืออะไร ข้อดี และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้องค์กรตัดสินใจใช้กำลังคนได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้อง พนักงาน Outsource เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดต้นทุนคงที่ ตราบใดที่องค์กรเลือกผู้ให้บริการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม

ต้องการกำลังคนที่ยืดหยุ่นและพร้อมเริ่มงาน? ติดต่อทีมงานของเรา เพื่อวางแผนกำลังคนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

พนักงาน Outsource หมายถึงอะไร?

พนักงาน Outsource หมายถึงบุคลากรที่องค์กรว่าจ้างผ่านบริษัทผู้ให้บริการภายนอก เพื่อเข้ามาทำงานตามขอบเขตที่กำหนด โดยเงินเดือน สวัสดิการ และเอกสารอยู่ในความดูแลของผู้ให้บริการ ไม่ใช่พนักงานประจำขององค์กรผู้ว่าจ้างโดยตรง

พนักงาน Outsource ต่างจากพนักงานประจำอย่างไร?

ต่างกันที่ผู้จ้างตามสัญญาและความยืดหยุ่น พนักงาน Outsource อยู่ในสังกัดบริษัทผู้ให้บริการ ปรับขึ้นลงได้เร็ว เหมาะกับงานชั่วคราวหรือโครงการ ส่วนพนักงานประจำอยู่ในสังกัดองค์กรโดยตรง เหมาะกับงานหลักที่ต้องการความต่อเนื่องระยะยาว

การใช้พนักงาน Outsource ผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิดกฎหมาย การใช้พนักงาน Outsource ทำได้ตามปกติ แต่องค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรา 11/1 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่กำหนดให้พนักงาน Outsource ซึ่งทำงานลักษณะเดียวกับพนักงานประจำ ต้องได้รับสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

พนักงาน Outsource ช่วยลดต้นทุนได้จริงหรือไม่?

ช่วยได้ในหลายกรณี เพราะเปลี่ยนต้นทุนพนักงานประจำที่คงที่ให้เป็นค่าใช้จ่ายแบบผันแปรตามงานจริง อีกทั้งลดภาระด้านการสรรหา เงินเดือน และสวัสดิการ อย่างไรก็ตามควรคำนวณต้นทุนรวมเทียบกับค่าบริการเพื่อดูความคุ้มค่าที่แท้จริง

งานแบบใดเหมาะกับการใช้ Outsource มากที่สุด?

งานที่เหมาะที่สุดคืองานตามฤดูกาล งานโครงการที่ปริมาณไม่แน่นอน และงานสนับสนุนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น ธุรการ คลังสินค้า รักษาความปลอดภัย หรือคอลเซ็นเตอร์ ส่วนงานหลักที่ต้องการความต่อเนื่องและองค์ความรู้ภายใน มักเหมาะกับพนักงานประจำมากกว่า

การจ้างพนักงาน Outsource มีขั้นตอนอย่างไร?

เริ่มจากกำหนดขอบเขตงานและจำนวนคนที่ต้องการ จากนั้นเลือกบริษัทผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ ทำสัญญาที่ระบุหน้าที่ ค่าบริการ และความรับผิดชอบให้ชัดเจน แล้วผู้ให้บริการจะจัดหา คัดกรอง และส่งพนักงานเข้าปฏิบัติงาน พร้อมดูแลเงินเดือนและสวัสดิการให้

พนักงาน Outsource กับ Outsourcing ต่างกันอย่างไร?

พนักงาน Outsource หมายถึงตัวบุคลากรที่จ้างผ่านผู้ให้บริการภายนอกมาทำงานให้องค์กร ส่วน Outsourcing คือกลยุทธ์การมอบหมายงานหรือกระบวนการทั้งส่วนให้ผู้ให้บริการภายนอกดำเนินการแทน การใช้พนักงาน Outsource จึงเป็นรูปแบบหนึ่งของ Outsourcing

องค์กรควรเลือกบริษัท Outsource อย่างไร?

ควรเลือกผู้ให้บริการที่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด มีประสบการณ์ในงานลักษณะเดียวกับที่ต้องการ มีระบบดูแลค่าจ้างและประกันสังคมถูกต้อง ค่าบริการโปร่งใส และมีการรับประกันการทดแทนพนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและคุณภาพงาน

Related Articles