อัปเดตกฎหมายแรงงานใหม่ 2569: สิ่งที่นายจ้างต้องรู้

Authored by PERSOL Team- Thailand, Content Team, Thailand • 3 min read

สรุปคำตอบอย่างรวดเร็ว
กฎหมายแรงงานหลักของไทยคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง ครอบคลุมค่าจ้าง เวลาทำงาน วันหยุด ค่าชดเชย และการคุ้มครองแรงงาน ล่าสุดมีการแก้ไข (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ที่นายจ้างต้องปฏิบัติตาม

  • พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ 7 ธันวาคม 2568
  • เพิ่มสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร สูงสุด 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
  • นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานประจำปี ภายในเดือนมกราคม
  • มาตรา 11/1 กำหนดให้แรงงาน outsource ที่ทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างประจำ ได้รับสิทธิที่เป็นธรรม

ในตลาดแรงงานไทยที่แข่งขันสูง สิ่งที่ทำให้นายจ้างเสียหายได้เร็วที่สุด มักไม่ใช่การหาคนไม่ได้ แต่เป็นการทำผิดกฎหมายแรงงานโดยไม่รู้ตัว ค่าจ้าง วันหยุด หรือค่าชดเชยที่คำนวณผิด อาจนำไปสู่ข้อพิพาทและค่าปรับ ยิ่งในปี 2569 ที่มีการแก้ไขกฎหมายหลายจุด การทบทวนการปฏิบัติตามกฎหมายจึงสำคัญกว่าเดิม

บทความนี้สรุปกฎหมายแรงงานที่นายจ้างต้องรู้ในปี 2569: การแก้ไขล่าสุดของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน สิทธิและหน้าที่หลัก พร้อมเช็กลิสต์ปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้ได้ทันที

บทความนี้เหมาะสำหรับ: นายจ้าง ผู้บริหาร และฝ่ายทรัพยากรบุคคล/กำกับดูแลในประเทศไทย

สารบัญ

  1. กฎหมายแรงงานของไทยคืออะไร?
  2. อัปเดตกฎหมายแรงงานใหม่ 2568 ถึง 2569
  3. สิทธิและหน้าที่หลักที่นายจ้างต้องรู้
  4. ข้อผิดพลาดด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่พบบ่อย
  5. เช็กลิสต์ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
  6. PERSOL ประเทศไทยช่วยเรื่องการจ้างงานที่ถูกกฎหมายอย่างไร
  7. คำถามที่พบบ่อย

กฎหมายแรงงานของไทยคืออะไร?

กฎหมายแรงงานหลักของไทยคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้างงาน ครอบคลุมค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงานและเวลาพัก วันหยุดและวันลา ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง และการคุ้มครองความปลอดภัย นายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้างอยู่ภายใต้กฎหมายนี้

นอกจากนี้นายจ้างยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายประกันสังคม การปฏิบัติตามกฎหมายจึงไม่ใช่เรื่องทำครั้งเดียวจบ แต่ต้องติดตามการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

อัปเดตกฎหมายแรงงานใหม่ 2568 ถึง 2569

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2568 ได้แก่

  • สิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร. ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้สูงสุด 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง รวมถึงการขยายสิทธิการลาด้านอื่น
  • แบบแสดงสภาพการจ้างประจำปี. นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประจำทุกปี ภายในเดือนมกราคม
  • ขยายความคุ้มครองถึงผู้ปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างบริการของหน่วยงานรัฐ. เมื่ออยู่ภายใต้การกำกับหรือบังคับบัญชาโดยตรง
  • มาตรา 11/1 (แรงงาน outsource). ยังคงกำหนดให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างประจำ ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

มุมมองจาก PERSOL ประเทศไทย: การแก้ไขเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเอกสาร แต่จริง ๆ แล้วกระทบทั้งต้นทุนและกระบวนการ HR ตั้งแต่การวางแผนวันลา ไปจนถึงหน้าที่ยื่นแบบประจำปี แนะนำให้ผนวกการปฏิบัติตามกฎหมายเข้ากับแผนกำลังคนประจำปี แทนที่จะแก้ปัญหาเป็นครั้ง ๆ

สิทธิและหน้าที่หลักที่นายจ้างต้องรู้

หัวข้อสาระสำคัญ
ค่าจ้างขั้นต่ำแตกต่างตามจังหวัด นายจ้างต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าอัตราที่ประกาศ
เวลาทำงานโดยทั่วไปไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน และ 48 ชั่วโมง/สัปดาห์
ค่าล่วงเวลาจ่ายเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเมื่อทำงานเกินเวลา
วันหยุด/วันลาวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันลาต่าง ๆ
ค่าชดเชยจ่ายตามอายุงานเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด
ประกันสังคมนายจ้างและลูกจ้างนำส่งเงินสมทบตามกฎหมาย

ข้อผิดพลาดด้านการปฏิบัติตามกฎหมายที่พบบ่อย

  • จ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของจังหวัด โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับอัตราใหม่
  • คำนวณค่าล่วงเวลาและค่าชดเชยผิด ทำให้เกิดข้อพิพาทและค่าปรับย้อนหลัง
  • ลืมยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างประจำปี สำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป
  • ปฏิบัติต่อแรงงาน outsource ไม่เป็นธรรม ขัดกับมาตรา 11/1
  • นำส่งเงินสมทบประกันสังคมล่าช้าหรือไม่ครบ ซึ่งมีบทปรับ

เช็กลิสต์ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน (ใช้ได้ทันที)

  • จ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำล่าสุดของจังหวัด
  • คำนวณค่าล่วงเวลาถูกต้องตามกฎหมาย
  • จัดวันหยุดและวันลา (รวมสิทธิลาใหม่) ครบถ้วน
  • ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างประจำปี (กรณีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป)
  • ให้สิทธิแรงงาน outsource อย่างเป็นธรรมตามมาตรา 11/1
  • นำส่งเงินสมทบประกันสังคมครบถ้วน ตรงเวลา
  • คำนวณค่าชดเชยตามอายุงานอย่างถูกต้อง
  • ปรับปรุงสัญญาจ้างและระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องกฎหมายล่าสุด

PERSOL ประเทศไทยช่วยเรื่องการจ้างงานที่ถูกกฎหมายอย่างไร

ในฐานะส่วนหนึ่งของ PERSOLKELLY, PERSOL ประเทศไทยช่วยองค์กรจัดหาและบริหารกำลังคนภายใต้กรอบการปฏิบัติตามกฎหมาย ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและกำลังคนแบบยืดหยุ่นในหลายอุตสาหกรรม เช่น วิศวกรรม และงานองค์กร ดูรายละเอียดบริการด้านบุคลากรของเรา หรือติดต่อทีมสำหรับนายจ้าง

สรุป

หัวใจของการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานในปี 2569 คือ "ติดตามให้ทัน และทำอย่างเป็นระบบ" เมื่อเข้าใจการแก้ไขล่าสุดของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน รวมถึงสิทธิและหน้าที่หลัก และใช้เช็กลิสต์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะลดความเสี่ยงด้านกฎหมายได้มาก

หากทีมของคุณต้องรับภาระทั้งการจ้างงานและการปฏิบัติตามกฎหมาย พันธมิตรด้านบุคลากรสามารถช่วยแบ่งเบาได้ ติดต่อทีมงานของเรา หรือเริ่มที่การขอบุคลากร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กฎหมายแรงงานหลักของไทยคืออะไร?

กฎหมายแรงงานหลักของไทยคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไข ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการจ้างงาน ครอบคลุมค่าจ้างขั้นต่ำ เวลาทำงาน วันหยุดและวันลา ค่าล่วงเวลา และค่าชดเชย นายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้างต้องปฏิบัติตาม

กฎหมายแรงงานใหม่ 2568 มีอะไรเปลี่ยนบ้าง?

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ 7 ธันวาคม 2568 เพิ่มสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรสูงสุด 15 วันโดยได้รับค่าจ้าง กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างประจำปี และขยายความคุ้มครองบางกลุ่ม

นายจ้างต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างเมื่อไร?

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นประจำทุกปี ภายในเดือนมกราคม ควรจัดเตรียมข้อมูลล่วงหน้าเพื่อยื่นให้ทันกำหนดและหลีกเลี่ยงบทปรับ

ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยเท่าไร?

ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยแตกต่างกันตามจังหวัด และมีการปรับเป็นระยะ นายจ้างต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าอัตราที่ประกาศสำหรับพื้นที่ของตน จึงควรตรวจสอบอัตราล่าสุดจากประกาศของกระทรวงแรงงานเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการปรับอัตราใหม่

แรงงาน outsource ได้รับความคุ้มครองอย่างไร?

ตามมาตรา 11/1 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างรับเหมาค่าแรง (outsource) ที่ทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างประจำ ต้องได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ นายจ้างจึงควรเลือกผู้ให้บริการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ค่าชดเชยการเลิกจ้างคำนวณอย่างไร?

ค่าชดเชยคำนวณตามอายุงานของลูกจ้าง เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ยิ่งอายุงานมาก อัตราค่าชดเชยยิ่งสูงตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างควรคำนวณให้ถูกต้องและเก็บเอกสารให้ครบ เพื่อป้องกันข้อพิพาทและการเรียกร้องย้อนหลัง

ถ้านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานจะเกิดอะไรขึ้น?

การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ค่าปรับ การถูกเรียกร้องย้อนหลัง ข้อพิพาทแรงงาน และความเสียหายต่อชื่อเสียง บางกรณีมีโทษทางอาญา การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นและติดตามการแก้ไขกฎหมายจึงคุ้มค่ากว่าการแก้ไขภายหลังมาก

องค์กรควรจัดการการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างไร?

ควรวางระบบ: ตรวจสอบค่าจ้างและเวลาทำงานสม่ำเสมอ อัปเดตวันลาและสิทธิใหม่ ยื่นแบบตามกำหนด และปรับสัญญาจ้างให้สอดคล้องกฎหมายล่าสุด องค์กรที่มีทีมจำกัดอาจใช้พันธมิตรด้านบุคลากรที่ปฏิบัติตามกฎหมายมาช่วยดูแล เพื่อลดความเสี่ยง

Related Articles